แนวข้อสอบ ม. 6.
สิ่งที่นักเรียนกำลังอ่านอยู่นี้คือแนวข้อสอบ ม. 6 จัดทำขึ้นเพื่อสรุปบทเรียนทั้งหมดที่เรียนเพื่อการทดทบทวนความรู้
และเพื่อการทำข้อสอบ ข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อเขียนทั้งหมด 26 ข้อ
ข้อละ 1 คะแนน
ข้อที่ 26 มี 5 คะแนน
แบ่งออกเป็น 5 ตอน
ตอนที่ 1. ออกสอบเรื่อง collocation คำที่มักต้องใช้คู่กัน
เช่น คำที่มีความหมายว่า “ขอโทษ” ต้องใช้คำว่า ใช้คำว่า
apologize for (อะโพโลไจ้สฺ ฟอร์) apologize ต้องคู่กับ for จะใช้ apologize
in ไม่ได้ ต่อจากนี้มาดูรายละเอียดกันว่ามีคำว่าอะไรกันบ้าง
1. apologize for (อะโพโลไจสฺ ฟอรฺ) แปลว่า ขอโทษสำหรับ
เช่น
Nattawat apologized for keeping his girlfriend waiting all
night.
(ณัฐวัฒน์ อะโพโลไจ้ส์ ฟอร์ คีพปิ้ง
ฮิส
เกิลเฟรนด์
เวทติ้ง
ออล
ไน้)
ณัฐวัฒน์ ขอโทษ
สำหรับ
ที่ปล่อย
ให้แฟนของเขา คอย ตลอด ทั้งคืน
2. succeed in (ซัคซีด อิน) แปลว่า
ประสบความสำเร็จใน
Natarika succeed in passing her
exam.
ณัฐริกา ซักซีด
อิน
พาสซิ่ง
เฮอ
อิกแซม
(ณัฐริกา ประสบความสำเร็จในการทำข้อสอบ)
3. insist on = ยืนยันในเรื่อง...
Wilasini and Orrasa insist on being
single all their life.
วิลาสินี แอน อรสา
อินซิส
ออน
บิอิ้ง
ซิงเงิ้ล ออล แด ไล้ฟฺ
วิลาสินี และ อรสา ยืนยันในเรื่อง การครองโสด ตลอดชีวิต
4. talk about (ทอล์ค เออะเบ้าทฺ)
แปลว่า พูดเกี่ยวกับ........
Ekkarin and Roongtham talk about corrupting
in Yinglak’s government.
(เอกริน แอน รุ่งธรรม ทอล์ค
เออะเบ้า
คอรัปติ้ง
อิน ยิ่งลัก กอฟเวินเมิ้นทฺ
เอกรินและ รุ่งธรรม
คุย
เกี่ยวกับ การทุจริต
ใน
รัฐบาลของยิ่งลักษณ์
5. think of (ติ้งออฟ ) แปลว่า
คิดที่จะ.............
Siwapan is thinking of finding a new wife.
(ศิวพัน อิส
ติ้งก้ง
ออฟ
ฟายดิ้ง อะ นิว ไวฟฺ)
ศิวพันธ์ กำลังคิดที่จะ
หา
เมียใหม่
6. object to (ออบเจ้ท ทู ) แปลว่า
ต่อต้านในเรื่อง................
Suwit object to having homework on the weekend.
(สุวิท ออฟเจ้ท ทู แฮฟวิ่ง
โฮมเวิร์ค
ออน
เดอะ
วิคเอ้นดฺ
สุวิทย์ ต่อต้าน
การสั่งการบ้าน
ในวันหยุดสุดสัปดาห์
ตอนที่ 2 จำนวน 5 ข้อ ไม่มีอะไรยากเพียงแต่ทำความเข้าใจบทความต่อไปนี้ให้เข้าใจเท่านั้น
ตอนที่ 2: จงอ่านบทความภาษาอังกฤษ
จากนั้นจงตัดสินว่าข้อความภาษาไทยที่กำหนดให้เป็นจริงหรือเท็จ
ถ้าเป็นจริงเขียนคำว่า True ถ้าเป็นเท็จเขียนคำว่า False
|
ประเทศอังกฤษจะการต่อต้านการสูบบุหรี่ในรถยนต์ขณะที่มีเด็กโดยสารอยู่ในรถด้วย
Britain will soon ban smoking in cars with children.
Britain's government wants to
ประเทศอังกฤษจะมีการต่อต้านการสูบบุหรี่ขณะที่มีเด็ก ๆ
นั่งโดยสารอยู่ในรถด้วย รัฐบาลอังกฤษต้องการที่จะ
reduce the harm cigarette smoke does to children. New laws
will cut the chances of children passive ลดภัยคุกคามของบุหรี่ที่เป็นอันตรายต่อเด็ก
กฏหมายใหม่ที่ออกมากำลังจะตัดโอกาสความเสี่ยงที่เด็กที่เป็นผู้รับควันบุหรี่มือสองmoking.
This is when someone breathes in the smoke from a cigarette. Many studies say
passive
เมื่อมีบางคนสูบบุหรี่เข้าไปควันจากบุหรี่จะทำร้ายาคนรอบข้างด้วย ในหลายการวิจัยได้กล่าวไว้ว่า
smoking can almost be as harmful as actually smoking a
cigarette. The British government said it looked
บุหรี่สารเป็นตรายแก่คนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองเท่า ๆ
กับคนที่สูบบุหรี่เสียเอง รัฐบาลของอังกฤษกล่าวว่า เมื่อมองไปที่วิจัยพบว่า
at research that found children who sat in smoke-filled cars
had health problems. Britain's leader David
เด็กที่ได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มือสอง จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา
ผู้นำของอังกฤษ นายเดวิด คาเมร่อนได้กล่าวว่า
Cameron said the problem is particularly bad in cars because
there is so little space, so the car fills with
ปัญหานี้มีความรุนแรงมากเนื่องจากในรถยนต์มีพื้นที่จำกัดมาก
ดังนั้นเมื่อสูบบุหรี่ควันจะกระจายไปในรถอย่างรวดเร็ว
smoke very quickly. The new law will make it illegal for
anyone to smoke in a car that has a child in it.
ดังนั้นกฏหมายใหม่จะทำให้การสูบบุหรี่ในรถยนต์ขณะที่มีเด็กโดยสารอยู่ด้วยเป็นเรื่องผิดกฏหมาย
ตอนที่ 3 เกี่ยวกับร้านอาหาร สำนวนที่จำเป็นต้องใช้ในร้านอาหาร
การจองโต๊ะอาหาร
- I’d like to make a reservation for two people this lunch.
(ไอ ไล้ ทู เมค
อะ รีเซอเว้ชึ่น ฟอ ทู พี้เพิ่ล ดีส ลันชฺ
ฉันต้องการจองโต๊ะสำหรับสองคน
การเลือกที่นั่ง
-We like a table with a view of sea.
(วี ไล้คฺ อะ เท้เบิ่ล วิท อะ วิว ออฟ ซี)
เราอยากจะจองโต๊ะที่มีวิวทะเล
- Could I sit next to the window.?
(คูด ไอ ซิท เน็กสฺ ทู เดอะ วินโด้ว)
ฉันขอนั่งไกล้หน้าต่างได้ไหม
การขอเมนูอาหาร
คำว่าเมนูอาหาร ภาษาอังกฤษใช้คำว่า menu ออกเสียงว่า เมนยู
ตัวอย่างประโยค
-Can I have a menu, please?
แคน ไอ แฮฟ อะ เมนยู พลีส
ฉันขอรายการอาหารหน่อยได้ไหม
- May I have the menu please?
เม ไอ แฮฟ เดอะ เม้นยู พลีส
ฉันขอรายการอาหารหน่อยได้ไหม
การถามถึงเมนูพิเศษ
What is today’s special?
(วอท อิส ทูเด สเปเชี่ยว)
วันนี้มีเมนูอะไรพิเศษมั่ง
What is the special menu today?
(ว็อท อิส เดอะ
สเปเชี่ยว เมนยู ทูเด)
วันนี้มีราการอาหารอะไรพิเศษไหม
What will you recommend?
(ว์อท วิว ยู เรคคอมเมิ่น)
ช่วยแนะนำหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
ตอนที่ 4 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน
คำถามเกี่ยวกับการสัมภาษณ์มีอะไรบ้าง และแนวทางในการตอบคำถาม
1.Tell me about yourself.
(เทว มี เออะเบ้าทฺ ยัวเซ้วฟฺ)
ให้บอกเกี่ยวกับตัวคุณ
2. -
What are your weakness?
(ว็อท อา
ยัว วีคเนส)
จุดอ่อนของคุณคืออะไร
3. What are your strengths?
(ว็อท อา
ยัว สเตร็นสฺ)
จุด แข็งของคุณคืออะไร
4. Why should I hire you?
วาย ชูด
ไอ ไฮเอ่อ ยู?
ทำไมฉันต้องจ้างคุณเข้าทำงาน
5. Why do you want to work for us?
วาย ดู ยู ว้อนทฺ ทู เวิร์ค ฟอ
อัส
ทำไมคุณจึงต้องการที่จะทำงานกับทางบริษัทของเรา
ตอนที่ 5 การถามตอบเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา
คำถามและการแนวคำตอบเกี่ยวกับการศึกษามีดังต่อไปนี้
1. What year are you studying in?
ว็อท เยีย อาร์ ยู
สตัดดี้อิ้ง อิน?
คุณกำลังเรียนอยู่ปีอะไร
แนวคำตอบ: I’m studying in…………..ปีที่เรียน................. เช่น
freshman (เฟรชเมิ่น)
แปลว่า นักศึกษา ปีหนึ่ง second
year ปีสอง sophomore (โซฟอเม่อะ ) ปี 3 fourth year ปีสี่
2. Where are you studying ?
(แว อา ยู สตัดดี้อิ้ง)
คุณเรียนอยู่ที่ใด
คำตอบ. I studying in…………..ชื่อมหาวิทยาลัย.................เช่น
Thammasart Univerity , Burapa University.
3. What is your major?
ว็อท อิส ยัว
เม้เจอะ
คุณเรียนสาขาวิชาเอกอะไร
คำตอบ: My major is……………สาวิชาที่เรียน.........เช่น English,
computer, accountant
4. What faculty are you in?
ว็อท แฟคคัลตี้
อา ยู อิน?
คุณเรียนคณะอะไร
ตอบ. I’m in…………..ชื่อคณะต่าง ๆ ในมหาลัย
ตัวอย่างคณะต่าง ๆ Faculty
of education แฟคคัลตี้ออฟเอ็ดยูเค้ชึ่น) = คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
Faculty of law (แฟคคั้ลตี้ ออฟ ลอว์) = คณะนิติศาสตร์ Faculty of Humanity (แฟคคั้ลตี้
ออฟ ฮิวมึนึตี้ ) = คณะมนุษยศาตร์ Faculty of communication Art แฟคัลตี้ ออฟ คอมมึนึเค้ชั่น อาท = คณะนิเทศศาสตร์
ตอนที่5 จงเขียนเล่าถีงแผนชีวิตของตนเอง
เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเขียนไม่ได้อนุญาติให้เขียนภาษาไทย+อังกฤษ
....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ในตอนนี้นักเรียนจะต้องเล่าเรื่องอนาคตตัวเองดังนั้นนักเรียนจะต้องเล่าเรื่องด้วยโครงสร้างแบบอนาคต
คือ
future tense เป็นส่วนใหญ่
คือ will + verb 1. ตัวอย่างบทความเช่น
หัวข้อ My future plan
My name is Witty Asaki. I’m
18 years old. now I’m going to graduate
ฉันชื่อ วิตตี้ อาซากิ
ฉันอายุ สิบแปดปี ขณะนี้ฉันกำลังจะจบ
high school from Monthong
Wittaya School. After I graduated, I plan to
มัธยมปลาย จาก
โรงเรียน หมอนทองวิทยา หลังจากจบ ฉันวางแผนที่
study in Chulalongkorn
University. I will study in English major, the
ที่จะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ฉันจะเรียนสาขา ภาษาอังกฤษ
faculty of Education.
After I graduate from university. I will be an
คณะศึกษาศาสตร์ หลังจากจบมหาวิทยาลัยแล้ว
ฉันจะประกอบอาชีพ
English Teacher in the
rural area because I want to help poor people
ครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนในชนบท เพราะว่า ฉันต้องการที่จะ ช่วย คนจนๆ
I plan to have my own school one day. I hope my dream will become true.
ฉันวางแผนที่จะมีโรงเรียนเป็นของตัวเอง ฉันหวังว่าความฝันของฉันจะกลายเป็นจริงสักวัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น