วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บทละครเพลงเรื่อง รักสี่ฤดู เขียนโดย Kru Witty เค้าโครงเรื่อง นักเรียน ม.4/10


รักสี่ฤดู 4 season loves


Scene 1 in 4/10 classroomฉากที่ 1
At Darawittayalai International School
ที่โรงเรียนดาราวิทยาลัยอินเตอร์เน้ชั่นเน่าสกูล
Snow, Winter  Rainy and Sunny have been friends when they were grade 7 and now they are in grade 10.  They love, help and care each other. It seems that no one can separate them from each other.
สโนว์  วินเท่อ  เรนนี่ และซันนี่ เป็นเพื่อนรักกัน คบกันมาตั้งแต่เกรด 7 จนกระทั่งตอนนี้อยู่เกรด 10 แล้ว พวกเขาก็ยังคงรักกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แคร์กัน และดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่จะแยกและหยุดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นของพวกเขาได้
Winter : I think Teacher Witty is absent again and there’s nothing to do. What shall we do, my friends?
 เราว่า อาจารย์วิทตี้คงจะไม่มาแล้วล่ะ สายล่ะ ไม่มีไรทำเลยอ่ะ ทำไรกันดีว่ะเรา ฮ่ะเพื่อนว่าไง
Rainy: Shall we play the funny riddles?
เรามาเล่นทายปัญหาอะไรเอ่ยแบบกวนทีนกันเถอะ
Sunny: Oh! It’s a great idea. Who will be the  first?
เหยด! เป็นความคิดที่เริดมาก ใครทายก่อนอ่ะ
Snow: Me first, Um, What can speak all day but no one listen?
ให้เราก่อนน่ะ  อะไรเอ่ยแม่งพูดอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวันแต่ไม่มีใครฟัง
Sunny: Radio?
วิทยุ
Snow : No.
ไม่
Rainy: TV.  
ทีวี
Snow : Almost
เกือบละ อิอิ
Winter : We surrender, tell us the answer what is it?
กูยอมละ บอกมาเหอะคำตอบอ่ะ
Snow:  Teachers
ก็ ครู  ไง
All: Ha Ha Ha(laugh out loud) It’s true.
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  (ทั้งหมดหัวเราะชอบใจ) ถูก...(พูดพร้อมกัน)
Rainy: My turn. A girl is eating an apple and she finds an ugly worm, she feels very scared then she continues eating, she finds  one more, she get more scare. My question is when will she get the most scare?
ตาเราบ้างนะ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกินแอปเปิ้ลอย่างเอร็ดอร่อย และพบว่ามีหนอน ยี้ น่าเกลียดอยู่ในแอปเปิ้ลตัวหนึ่ง เธอรู้สึกกลัวมากแต่เธอก็กินต่อ แล้วก็เจอหนอนอีกตัวหนึ่ง เธอก็กลัวมากขึ้นไปอีก ถามว่า เธอจะกลัวที่สุดเมื่อเจอหนอนกี่ตัว
Snow : I guess when she finds 10 worms.
ชั้นเดาว่ายี่สิบ
Rainy: far from my answer.
ยังห่างว่ะ

Winter: 20
ชั้นว่ายีสิบ
Rainy: No
ม่าย
Sunny: I don’t know, tell us the answer now.
ชั้นไม่รู้บอกคำตอบมาเดี๋ยวนี้เลยน้า
Rainy: The answer is a  half worm.
เจอหนอนครึ่งตัว
Winter : Why?
ไมว่ะ
Rainy: Because surely the rest is in her mouth already.
เพราะแสดงว่าอีกครึ่งอยู่ในปาก แหง ๆ
All:  Ha Ha Ha (laugh out loud)
        ฮ่า ฮ่า ฮ่า (ทั้งหมดหัวเราะ)
Winter : My question, my question. What activity do students do the fastest?
คำถามของเราคือ กิจกรรมอะไรที่นักเรียนทำได้เร็วที่สุดเลย
Rainy: running?
วิ่ง
Winter : No
ม่ายช่าย
Sunny: eating?
กินแน่เลย
Winter : No
ก็ม่ายช่าย
Snow : Playing  sport?
เล่นกีฬาชัวร์
Winter : No
ไม่เฉียดเลย
All: What is the answer?
แล้วมันอารายว่ะ
Winter : Doing homework in the morning?
ทำการบ้านตอนเช้าไง แม่งทำกันโคตรไว
All: Ha Ha (laugh out loud)
ฮ่า ฮ๋า ฮ่า  (ทั้งหมดหัวเราะ)
Snow : Opp! Homework!
อุ้ย..! การบ้าน  !
Sunny: Why?
ทำไมว่ะ
Snow : We have three homework to submit today?
เรามีการบ้านสามงานที่ต้องส่งวันนี้
All : three homework?
สามงาน!
Rainy: How should we do?
พวกเราจะทำไงกันดีว่ะ
Winter : Copying, that is our policy “Learning by copying
ก็ลอกไง มันเป็นนโยบายของเรา เรียนรู้ด้วยการลอกและลอก
(All take out homework notebook and copy)
ทั้งหมดก็ลอกการบ้านกันอย่างบ้าคลั่ง

Scene 2 at the school canteen
 ฉากที่ 2 ที่โรงอาหาร
Rainy: Look at that guy!
ป๊าด...ดูผู้ชายคนนั้นเด้....
All: Wow handsome.
อุ่บ่ะ  หล่ออ่ะ
(The guy walks toward the girls) ชายหนุ่มเดินตรงมาหา
Ken: Hi I’m Ken. I’m new student here. What is your name?
สวัสดีครับ ผมชื่อเคนนะคับ ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่นี่ พวกคุณชื่ออะไรกันหรอคับ
Rainy: My name’s Rainy and these are my friends Snow, Winter and Sunny.
ฉันชื่อเรนนี่ และนี่เพื่อนของฉัน สโนว วินเท่อ และซันนี่
Ken: Nice to meet you Rainy, Snow Winter and Sunny.
ยินดีที่ได้รู้จักนะคับ เรนนี่ สโนว์ วินเทอ  ซันนี่
All girls: Nice to meet you too. Ken. ยินดีที่ได้พบเธอเช่นกันค่ะ
(Ken shakes his hand to Rainy only with big smile and sweet eyes)
เคนยื่นมือไปจับมือเรนนี้พร้อมกับมอบยิ้มพิมใจและสายตาหวานเยิ้ม
Ken: May I have your phone number Rainy?
ผมขอเบอร์คุณได้ไหมเรนนี่
Rainy: Sure.
ได้สิ
(Rainy write her number in small piece of paper then give to Ken)
เรนนี่เขียนเบอร์โทรลงในกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ก่อนที่จะส่งให้เคนด้วยอาการเอียงอาย

Scene 3 At Rainy’s Room in school Dormitory. She is talking on the phone.
ฉาก 3 ห้องของเรนนี่ที่หอพักโรงเรียน เรนนี่กำลังคุยโทรศัพท์
Rainy: Hello Ken
สวัสดีเคน
Ken: Hello Rainy, I call you coz my heart  needs you. You know, you are my love at first sight.
     Could you be my girlfriend?
สวัสดีเรนนี ผมโทรหาคุณเพราะหัวใจมันเรียกร้อง คุณรู้ไหมเรนนี่ คุณคือรักแรกของผม เป็นแฟนกันเถอะนะ
Rainy: But it’s too fast. I want time to learn your heart.
อั้ยย่ะ::: แต่มันเร็วเกินไปน้า....เราต้องการเวลาในการเรียนรู้ใจซึ่งกันและกัน
Ken: So could you give me chance to date together this Saturday?
ถ้างั้นโปรดให้โอกาสผมได้ไปเดทกับคุณวันเสาร์นี้ได้ไหม เพื่อที่ใจเราจะได้เรียนรู้กัน


Rainy: Saturday? Um…….Ok.
วันเสาร์นี้หรอ อืม...................ก้อได้


Ken: I will send you a message to tell you about place and time and see you later. I can’t stand waiting for this Saturday darling.
ผมจะส่งเมสเสจมาบอกคุณนะว่าไปที่ไหนเมื่อไหร่ ผมแทบทนที่จะให้ถึงวันเสาร์นี้ไม่ไหวซะแล้ว
(Another call)อีกสายหนึ่งโทรเข้ามา
Rainy: Hello Mom
สวัสดีแม่
Mom: Hello Rainy, How are you?
สวัสดีเรนนี่ เป็นไงบ้างลูก
Rainy: I’m OK Mom , and you?
ก็......สบายดีค่ะแม่ แล้วแม่ล่ะ
Mom: I’m fine, Well ,I wanna tell you that this Saturday is your father’s birthday. You should come.
แม่ก็สบายดีลูก เออ...แม่โทรมาวันนี้เพื่อบอกลูกว่าเสาร์นี้เป็นวันเกิดพ่อของแก แกควรจะมานะ

Rainy: Um, ……I love to go mom but I have an appointment with my friends already. We need to review for final test and do a school project together. I’m sorry I can’t join.
อืม..............หนูก็อยากไปนะแม่ แต่.................หนูมีนัดกับเพื่อนว่าจะไปอ่านหนังสือสอบและทำโปรเจคด้วยกันนะสิค่ะ หนูเสียใจจริง ๆ หนูคงไปไม่ได้
Mom: Never mind. Maybe you can come next birthday if your father is still alive.
ไม่เป็นไร บางทีครั้งหน้าแกอาจจะมาได้ ถ้าพ่อแกยังมีชีวิตอยู่ถึงวันเกิดหน้านะ
Rainy: I’m really sorry. Mom
แม่อย่าโกรธหนูเลยนะ หนุเสียใจจริง ๆ

The door is knocked and the three friends come to Rainy’s room.
มีเสียงเคาะประตูและเพื่อนสามคนของเรนนี่ก็มาที่ห้อง
Winter : Hello Rainy, Are you busy? Can we go inside?
สวัสดีเรนนี่เราเข้าไปได้ไหม
Rainy: Um……………..Sure
อืม..........ได้สิ
Sunny: Well, This Saturday, we will do our project and review final test together, will you go with us?
วันเสาร์นี้เราจะไปทำโปรเจคด้วยกันและจะได้ติวข้อสอบกันด้วย เรนนี่จะไปกับเราไหม
Rainy: I’m afraid I can’t because I have to go to my father’s birthday
เราคงไปด้วยไม่ได้อ่ะ  เพราะว่าวันเสาร์นี้เป็นวันเกิดพ่อเรา
Sunny: Never mind, I will take a short note and do project for you.
ไม่เป็นไรน้า...เราจะจดโน้ตย่อและจะทำโปรเจคให้เธอเอง
Winter : I am happy to hear that you have boyfriend but I have something to tell you.
ฉันดีใจนะที่ช่วงนี้เห็นเพื่อนมีความสุข เพื่อนมีแฟนเราก็ดีใจด้วย แต่เราได้ยินบางสิ่งที่ไม่ดีจะมาบอกเธอ
Rainy: What are you going to tell me?
นี่เธอกำลังจะพุดอะไร
Winter : I heard that your boyfriend has girlfriend already. He fooling you.
เราได้ยินมาว่าแฟนของเธอเขามีแฟนอยู่แล้ว เขากำลังหลอกเธออยู่

Rainy: I don’t believe you. It’s none sense. He loves me.
ไม่...ไม่...ฉันไม่เชื่อพวกแก มันเหลวไหลอ่ะ เขารักฉันคนเดียว
Snow: Never mind if you don’t believe us , one day you will know the truth.
ไม่เป็นไรถ้าเธอไม่เชื่อเรา แล้ววันหนึ่งเธอก็จะรู้ความจริงทุกอย่าง
(Rainy get angry and walk out the room then Winter look at Rainy’s cell phone and see the message “See you at my house Saturday ,9.00 am from Ken”
เรนนี่โกรธและเดินออกจากห้องไป แต่วินเท่อ บังเอิญไปพบข้อความในโทรศัพท์มีข้อความว่า “พบผมที่บ้านวันเสาร์ตอนเก้าโมงเช้า จาก เคน
Scene 4

On Saturday morning, Windy, Snowy and Sunny are watching at the Ken’s house.
Snow : Look! they’re coming.
วันเสาร์ตอนเช้า วินดี้ สโนว์วี่ และซับนี่ กำลังเฝ้ามองที่บ้านของเคน
นั่นไง พวกเขามากันแล้ว
Winter : Rainy we have to talk together.
เรนนี่ เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ
Rainy: But I have nothing to talk with you. Don’t bother us.
แต่ชั้นไม่มีอะไรจะคุยกับแก อย่ามายุ่งกับเรา
Ken: Yes, we’re in hurry.
ใช่เรารีบ (แอบส่งสายตาชั่วร้ายเจ้าเลห์)
Rainy: Wait look here (Showing a picture of Ken and his girlfriend but Rainy doesn’t look back and they can’t follow because there are two big dog barking in front of the house)
เดี๋ยวก่อน...(โชว์รูปภาพของเคนกับแฟนคนสวยของเคนอีกคนหนึ่ง แต่เรนนี่ไม่หันมามาอง และเดินเข้าบ้านไป เพื่อน ๆ ตามเข้าไปไม่ได้เนื่องจากมีหมาตัวใหญ่เฝ้าหน้าบ้านอยู่

(Ken and Rainy walk into the house)
จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในบ้าน

An hour later Ken and Rainy come out of the house with untidy clothe. Windy, Snowy and Sunny are still waiting.
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเคนและเรนนี่ออกมาจากบ้านด้วยกับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย วินดี้ สโนวี่ และซันนี่ก็ยังคงรออยู่
Sunny: Wait  My friend, you may not want to talk with us but you should accept the gift from your father.
เดี๋ยวก่อนเพื่อน....เธออาจอาจจะไม่อยากคุยกับฉัน แต่อย่างน้อยเธอนะจะรับของขวัญจากพ่อเธอน่ะ
Rainy: What? (Rainy look at the picture and cries a lot.)  Why Ken? Why did you fool me? You are bad. (hit and slap on Ken’s face then Ken slap back two times)
อะไรน่ะ ของขวัญจากพ่อหรอ  ทำไม ทำไม?? เคน....ทำไมเธอต้องหลอกฉัน แกมันชั่ว ตบหน้าเคนหนึ่งที จากนั้นเคนตบกลับสองที จนกระทั่งเรนนี่ล้มลง
Ken: You know why? Coz you are stupid girl. If you are more intelligent than this you will believe in your trusted friends. Ha Ha What a stupid girl you are.
เธอรู้ไหมว่าทำไม ก็เธอมันยายโง่ไง  ถ้าแกฉลาดกว่านี้ก็คงเชื่อเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของเธอไปแล้ว ฮ่าฮ่า... ช่างโง่งี่เง่าอะไรเช่นนี้


Rainy sing “unbreak my heart”:เรนนี่ร้องเพลงเศร้า.
http://www.youtube.com/watch?v=65CfnXUwv1o
Un-break My Heart"

Un-break my heart
Say you'll love me again
Undo this hurt you caused
When you walked out the door
And walked out of my life
Un-cry these tears
I cried so many nights
Un-break my heart
My heart


Windy, Snowy and Sunny: You, bad boy, you hurt our friend, I’ll kill you.
(The three girls attack to Ken hard)
หลังจากนั้น สามสาวเพื่อนแท้ของเรนนี่ก็ช่วยกันรุม เจ้าเคน  “แกไอ้ชั่ว แกทำเพื่อนฉัน ฉันจะฆ่าแก
Scene 5
Two months later Rainy, Winter, Snow and Sunny stay together in the classroom.
Rainy : Now I’ve started my new life. I promise ,I will be a good daughter and I will be your trusted friend. We will be friends forever. Let sing and dance with me, my beloved friends.
ฉากที่ 5 สองเดือนต่อมา เรนนี่ วินเท่อ สโนว์ และซันนี่ อยู่ด้วยกันในห้อง 4/10
เรนนี่: ตอนนี้ฉันเริ่มชีวิตใหม่ ฉันสัญญาว่า ฉันจะเป็นลูกสาวที่ดีของพ่อแม่ และฉันจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ และเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป เรามาร้องเพลงและเต้นรำกันเถอะ  (ทั้งหมดร่วมกันร้องและเต้นกันอย่างสนุกสนาน)
http://www.youtube.com/watch?v=YrGlAj20bxE


Vengaboys Shalala Lala Lyrics
There's a boy in my mind and he knows I'm thinkin' of him
All my way to the day and the night the stars shine above me.
He's been gone for some time but I know I truly love him.
And I'm singing a song, hoping he'll be back when he hears it.

[Chorus]

My heart goes shalala lala, shalala in the morning.
Oh oh oh shalala lala, shalala in the sunshine.
Shalala lala, shalala lala in the evening.
Shalala lala shalala lala just for you.

If your love's gone away just like mine you feel like crying.
Sing along maybe once maybe twice, let's try it together.
Some sweet day no one knows he'll return and you'll be happy.
Shout it sweet in a song, listen to your heart it is singin'

[Chorus]

My heart goes shalala lala, shalala in the morning.
Oh oh oh shalala lala, shalala in the sunshine.
Shalala lala, shalala lala in the evening.
Shalala lala shalala lala just for you.

If your love's gone away just like mine you feel like crying.
Sing along maybe once maybe twice, let's try it together.
Some sweet day no one knows he'll return and you'll be happy.
Shout it sweet in a song, listen to your heart it is singin'

[Chorus]

My heart goes shalala lala, shalala in the morning.
Oh oh oh shalala lala, shalala in the sunshine.
Shalala lala, shalala lala in the evening.
Shalala lala shalala lala just for you.

The End


วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Buying and Selling การซื้อขาย

                                   Buying and Selling  การซื้อขาย

                 วันนี้ครูจะนำเสนอคำศัพท์และสำนวนเกี่ยวกับการซื้อขายเผื่อว่าวันหนึ่งนักเรียนมีโอกาสได้ไปช๊อปปิ้งที่ต่างประเทศจะได้รู้จักประโยคพื้นฐานที่ใช้สำหรับการซื้อขายกันนะครับ
การซื้อของภาษาอังกฤษใช้คำว่า shopping ถ้าต้องการบอกว่า ฉันจะไปซื้อของ ก็สามารถพูดประโยคว่า I will  go shopping หรือ I will shop this evening(ฉันจะไปซื้อของเย็นนี้) คำว่า คนขาย ภาษาอังกฤษใช้ความว่า seller หรือ vender คำว่า  คนซื้อ ภาษาอังกฤษใช้คำว่าbuyer หรือ purchaser หรือ customer(ลูกค้า)  สถานที่ขายของภาษาอังกฤษมีหลายคำ เช่น market(ตลาด) department store หรือ mall (ห้างสรรพสินค้า)  convenient store (ร้านสะดวกซื้อเช่นเซเว่น) ตลาดนัดกลางแจ้ง เขาเรียกว่า flea market(ตลาดนัด เพราะว่า flea แปลว่า เห็บ หมัด ถ้าซื้อของแบกับดินก็จะได้เห็บติดมาด้วยเป็นของแถม ก็เลยเรียกกันว่า flea market) ตลาดน้ำภาษาอังกฤษเรียกว่า floating market คำว่า float แปลว่า ลอย ดังนั้นจึงเรียกตลาดน้ำว่า floating market มันคือตลาดลอยได้นั่นเอง
สำนวนที่ใช้ในการซื้อขาย
แม่ค้า: ต้องการสินค้าอะไรค่ะ ตอ้งการให้ช่วยอะไรไหมค่ะ
สามารถถามได้หลายแบบ  what do you want? คุณต้องการสินค้าอะไร(ไม่ค่อยสุภาพ)
-Can I help you? 
-How can I help you ?
- What are  you looking for?
- What can I do for you?
ลูกค้าตอบ ฉันต้องการสินค้า...... สามารถตอบได้หลายแบบ เช่น
I want……….สินค้า..............
I’m looking for………….สินค้า.................
เช่น I’m looking for  washing powder (ฉันกำลังหาซื้อผงซักฟอก)
แม่ค้าถาม ต้องการสีอะไรค่ะ” จะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “ What color do you want?”  หรือ What color do you like?  หรือ what color would you like?
เราตอบว่า : I want blue หรือ I want red and pink นักเรียนบางคนเข้าใจผิด ก็เลยตอบไปว่า I want color blue เป็นประโยคที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า color ให้รกอีกแล้ว เข้าใจบ่

แม่ค้าถาม “ต้องการสินค้าขนาดเท่าไหร่ค่ะ”  What size do you want?  หรือ What size would you like? หรือ What size do you like?
เราตอบว่า I want size…..ขนาดที่ต้องการ.......... หรือ I’d like size…………ขนาดที่ต้องการ........เช่น
I want size M. ฉันต้องการเสื้อเชิ้ตไซ้เอม

ลูกค้าถามราคาสินค้าว่า “สินค้าราคาเท่าไหร่ครับ” How much?  หรือ How much is it? (ถามราคาสินค้าชิ้นเดียว) How much are they(ถามราคาสินค้าหลายชิ้นรวมกัน)
แม่ค้าตอบว่า “สินค้านี้ราคา..... It is…ราคา.... (สินค้าชิ้นเดียว)  หรือ They …ราคา...(ใช้กับสินค้าหลายชิ้น)
เช่น It is one hundred baht สินค้านี้ราคา 100 บาท  หรือ They are two hundred baht. สินค้าเหล่านี้รวมกันราคาสองร้อยบาท
ลูกค้าถามว่า “ขอลองสินค้าหน่อยได้ไหม”  Could I try it on?  หรือ Can I try it?

ตัวอย่างบทสนทนาการซื้อขาย
ตัวอย่างที่ 1
A: Pardon me. Could you help me?  โทษนะคับ ช่วยไรหน่อยสิคับ
B: Of course. How can I help you?  
ได้ค่ะ มีไรให้ช่วยค่ะ
A: I am looking for a sweater.  
ผมกำลังหาซื้อเสื้อกันหนาว
B: What size do you wear? 
คุณใส่ไซ้ไหนค่ะ
A: Medium, I think.    
ไซ้ กลาง ๆ อ่ะคับ
B: Here. How do you like this one?  
อยู่นี่ไงค่ะ ชอบไหมค่ะแบบนี้
A: It's pretty. Can I try it on? 
มันก็ดูดีนะ ขอลองใส่หน่อยได้ไหมคับ
B: You can try it on in the fitting room over there.
   ได้เลยค่ะ คุณลองได้ที่ห้องแต่งตัวตรงโน้นนะค่ะ

ตัวอย่างที่ 2
A: May I ask you a question? ขอถามไรหน่อยได้ไหมคับ
B: Yes. How can I assist you?
มีไรให้ช่วยหรอค่ะ
A: I want to buy a sweater.
ผมอยากได้เสื้อกันหนาวสักตัวอ่ะคับ
B: What size? 
ไซ้ไหนค่ะ
A: I think a medium should fit me.
ก็ไซ้ส์กลาง ๆอ่ะคับ
B: How about this one?
ตัวนี้เป็นไงค่ะ
A: The color's nice. Do you have a dressing room?
สีนี้ดูดีจังคับ มีห้องลองเสื้อไหมคับ
B: There's a fitting room right over there.
  หอ้งลองเสื้ออยู่ตรงนั้นค่ะ

เว็บไซต์ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขาย

 วิดิโอเกี่ยวกับการซื้อขาย



วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

Learning English With Songs เรียนอังกฤษจากเพลง


   การฟังเพลงก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการฝึกฝนภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะทักษะการพัง วันนี้ครูขอนำเสนอ 

อับดับเพลงท๊อปชาร์ตทั้งไทยและเทศ ดูสิว่ามีเพลงไรกันบ้าง
Listening to the songs is the practical way to practice English especially listening skill. Today, I would like to present Thailand Top Chart both Thai songs and International songs.


Thai Songs Top Chart

     1. Wanna Be That Person (AB Normal,featuring Mariam B5)
        http://www.youtube.com/watch?v=WDHHnqoptu4
     2. Wind Direction Changes (Big Ass) http://www.youtube.com/watch?v=5H4Lg-rl58U
     3. How Can I Stop Loving You? (Zeal) http://www.youtube.com/watch?v=QG2k-CxMLNM
     4. When Will I Meet Her (Tae Purit)http://www.youtube.com/watch?v=SECZf1hpzA0
     5. Wish You Would Hear My Heart(Yes'Sir Days, featuring FilmBongkoch)
          http://www.youtube.com/watch?v=nfMtC4kRpXw
     6. Doormat (Aof Pongsak)
     7. Understanding Without Speaking(Praew Kanitkul and Tor+ Saksit)
     8. Living Faithfully, Dying with Loyalty(Various artist)     

     9. Wanna Stop Time (Palmy) 
     10. How to Answer (Pop Pongkool)

International Song Top Chart

     1. Just Give Me a Reason (Pink, featuring NateRuess)   
         http://www.youtube.com/watch?v=OpQFFLBMEPI
     2. Say Something (Austin Mahone)   http://www.youtube.com/watch?v=tFgRczz0pjY
     3. 22 (Taylor Swift) http://www.youtube.com/watch?v=AgFeZr5ptV8
     4. Battle Scars (Guy Sebastian, featuring LupeFiasco)
     5. Learn to Love Again (Lawson)http://www.youtube.com/watch?v=irw3IbjP3vQ
     6. Suit & Tie (Justin Timberlake, featuring Jay Z)
         http://www.youtube.com/watch?v=IsUsVbTj2AY
    7. Kiss You (One Direction) http://www.youtube.com/watch?v=T4cdfRohhcg
    8. Six Degrees of Separation (The Script)http://www.youtube.com/watch?v=FCT6Mu-pOeE
     9. Daylight (Maroon 5)http://www.youtube.com/watch?v=Wg9Urm2_7xQ
   10. When I Was Your Man (Bruno Mars)http://www.youtube.com/watch?v=jJT0Suanqhg

 คำศัพท์ที่น่าสนใจ

1. wind direction (วิน ไดเรคชั่น) ทิศทางลม
2. Wish (วิช) ปรารถนา
3. doormat (ดอแมท) พรหมเช็ดเท้า
4. Loyalty (ลอยัลตี้) ความซื้อสัตย์ ซื้อตรง
5. reason (รีซึ่น) เหตุผล
6. battle (แบทเทิ่ล) ต่อสู้
7. separation (เซพเพอะเร้ชึ่น) การแยกจาก
8. daylight (เดย์ไล้ท์) แสงแดด, แสงตะวัน
9. featuring (ฟี้เจอริ่ง) การแสดงกิจกรรมร่วมกัน เช่น นักร้องร่วม นักร้องรับเชิญ
 10. without (วิทเอ้าท์) ปราศจาก





5 เทคนิค พิชิตอังกฤษแบบชิว ๆ โดยไม่ต้องไปนอก


5 เทคนิค พิชิตอังกฤษแบบชิว ๆ โดยไม่ต้องไปนอก

โดย ครู Witty ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทย(เพราะจน 555+)


                พอพูดถึงภาษาอังกฤษขึ้นมาทีไร วัยรุ่นไทยต้องร้อง อั้ยย่ะ บ่องตง หนูโง่มาก ทำไง๊ทำไง ก็ไม่มีทางเก่งอังกฤษอย่างเด็ดขาด บางคนก็บอกก็บอก จารย์ ไม่มีทางหรอก       ถ้ามีตังค์ไปเรียนนอกก็ว่าไปอย่างพูดได้แน่นอน หรือ ไม่ก็หาเมียฝรั่งสวย ๆ เหมือนเมียพี่บอล ภราดร สักคน รับรองผมจะฝึกทั้งวันคืนเลย 555+ (หื่น)  แต่ที่จริงแล้วภาษาอังกฤษไม่เกี่ยวกับโง่หรือฉลาดหรอกครับเพราะถ้าหากเราพูดภาษาไทยได้ เราก็ย่อมพูดภาษาอังกฤษได้เช่นกัน และก็ไม่จำเป็นต้องไปเรียนเมืองนอกหรือหาเมียฝรั่งหรอกครับ เพราะครูเองก็ไม่เคยไปเรียนเมืองนอกหรือมีเมียฝรั่ง(พยายามหานานล่ะ ไม่มีใครเอา ฮ่า ฮ่า) วันนี้ครูจะแนะนำเทคนิคพิชิตอังกฤษแบบชิว ๆ ให้นักเรียนลองไปปฏิบัติกันครับ รับรองว่าถ้าปฏิบัติได้ตามนี้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนจะต้องพุ่งทะยานทะลุหลังคาบ้านสู่อวกาศเลยทีเดียว

1.ใช้ social mediaให้เป็นประโยชน์ 
ไหน ๆ วัยรุ่นสมัยนี้ก็บ้าเฟสกันอยู่แล้ว ไหนจะยังมี line , skype และอื่น ๆ ทำไมเราไม่ใช้พวกนี้ฝึกภาษาอังกฤษล่ะ
สมัยครูเป็นวัยรุ่นตอนต้น ครูก็ใช้พวกนี้แหละฝึกภาษา สมัยนั้นครูใช้ Messenger chatและ HiFi(วัยรุ่นบางคนอ่าน หิฟิ) เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวัน หลักการเรียนภาษากล่าวไว้ว่า การเรียนภาษาจะได้ผลดี หากเรานำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ วิธีการคือ ให้เราหาเพื่อนที่สนใจภาษาเหมือนกับเราแล้วแอดเขามาเป็นเพื่อนเรา หรือไม่ก็หาเพื่อนต่างชาติเลยยิ่งดี จากนั้นก็คุยกับเขาทุกวัน ถ้าคุยไม่ได้ก็ใช้ดิชชันนารี่ ขี้เกียจเปิดก็มั่วเอา ลองทำยังงี้ทุกวัน ถ้าไม่เก่งขึ้นก็ให้รู้ไปสิ

2. ดูหนัง ฟังเพลง ให้ได้สาระ
วัยรุ่นชอบความบันเทิงหนุกหนานกันอยู่แล้ว การดูหนังฟังเพลงก็เป็นกิจกรรมท็อปฮิตของวัยรุ่น คิดดูสิจะดีแค่ไหนหากเราดูหนังฟังเพลงแล้วได้ฝึกภาษาไปด้วย(หนังที่ดูต้องไม่ใช่หนังโป้นะครับ เพราะหนังโป้พูดอยูสองคำคือ Oh Yes!) การดูหนังฟังเพลงให้ได้ความรู้ทำได้โดย แทนที่จะดูหนังไทย ฟังเพลงไทย เราก็ลองหันมาดูหนังฟังเพลงฝรั่งบ้าง เดี๋ยวนี้มีดีวิดีหนังหรั่งมากมายเปลี่ยนภาษาได้ มีซับไทย ซับอังกฤษพร้อม เพลงสมัยนี้ก็มีหลายแนว ถ้าเริ่มฝึกฟังเพลงหรั่งแนะนำให้เริ่มจากเพลงช้าก่อนจะดีกว่านะครับ และลองหาเนื้อเพลงเอามานั่งแปลเล่น ๆ ดู ถ้าแปลไม่ออกก็เข้ากูเกิ้ล และหาความหมายได้ในนั้น เช่น  When you say nothing at all+ความหมาย เท่านี้ก็จะได้ฟังกันอย่างรู้ความหมายแล้ว ถ้าเราดูหนังฟังเพลงทุกวัน เราจะได้ทั้งคำศัพท์ ประโยค การฟัง สำเนียง และได้อะไรอีกเยอะครับ

3. อ่านทุกสิ่งที่ชอบ
นักเรียนหลาย ๆ คนอาจจะชอบการอ่าน โดยเฉพาะนิยาย เป็นที่นิยมมากสำหรับนักเรียนหญิง โดยเฉพาะนิยายที่มีฉากรักกุ๊กกิ๊กหวานแหววสยิวกิ้ว ส่วนผู้ชายอาจจะชอบแนวแฟนตาซีต่อสู้ฟาดฟัน บางคนก็ชอบแนวอีโรติกที่มักจะมีหนุ่มสาว      ฟิเจอริ่งกัน จะอ่านแนวไหนใช้วิจารณญาณนะครับ อย่าหมกมุ่น แต่จะดีมากถ้าหากเราจะหันมาอ่านนิยายเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษบ้าง มีหลายสำนักพิมพ์ที่พยายามผลิตนิยายสำหรับฝึกภาษามาให้อ่านกันโดยอำนวยความสะดวกฝุดฝุด เช่น มีคำแปลประโยคยาก ๆ  มีคำแปลคำศัพท์ยาก บางเล่มมีซีดีสำหรับฟังเสียงเหมือนตัวละครเล่าเรื่องให้ฟัง ถ้าเราพยายามอ่านนิยายภาษาอังกฤษรับรองเก่งชัวร์


4. กล้าเผชิญหน้า ทุกครั้งที่มีโอกาส
คนบางคนมีความรู้ภาษาอังกฤษดีมาก รู้ศัพท์ รู้ไวยากรณ์ รู้ทุกอย่าง แต่ไม่รู้อย่างเดียว คือ กูไม่รู้จะพูดยังไง การที่เราจะพูดภาษาอังกฤษเป็นอย่างคล่องแคล่วนั้นมีวิธีการอย่างเดียวคือ ต้องกล้าพูด พูดเยอะ ๆ ปัญหาก็คือ พูดไม่ออก ตะกุกตะกัก ติดขัด ก็เลยไม่กล้า ครูถามอย่างนึงว่า แม้แต่ภาษาไทยของเราเอง ตอนที่เราเกิดมาเราพูดคล่องปรื๋อเลยหรือเปล่า จำได้ไหม กว่าเราจะพูดเก่งพูดคล่องใช้เวลานานแค่ไหน มันคือธรรมชาติของภาษาครับ คือต้องเริ่มจาก การพูดเป็นคำ ๆ ตะกุก ตะกักก่อน จากนั้นค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ถ้าวันนี้เรากลัวการพูดผิด อายที่จะพูดตะกุกตะกัก จะไม่มีวันที่เราจะพูดภาษาอังกฤษได้เลยตลอดชีวิต ครูเล่าจากประสบการณ์จริง

5. ทำทุกอย่างที่ครูบอกให้เป็นสันดาน
ทุกเทคนิคที่ครูบอกล้วนได้ผลจริงทั้งสิ้นครับ เพราะมันเล่ามาจากประสบการณ์จริง ๆ ของครูที่เรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทยแต่สามารถสื่อสารได้ทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียนได้อย่างดีขอให้มั่นใจได้เลย เทคนิคอ่ะครับไม่มีปัญหา แต่ปัญหามันอยู่ที่สันดารขี้เกียจของเราต่างหาก จริงไม๊ ทฤษฏีทางจิตวิทยาบอกว่า หากเราต้องการจะฝึกฝนสิ่งใดให้เป็นนิสัย จะต้องทำสิ่งนั้นติดต่อกัน 21 วัน ดังนั้น หากนักเรียนอยากเก่งอังกฤษ ต้องอดทนและฝืนทำให้ครบ 21 วันและหลังจากนั้นนักเรียนจะติดนิสัยรักภาษาอังกฤษงอมแงมโดยไม่ต้องฝืนเลย เชื่อเป่าล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู กล้าลองหรือเปล่า....???

ทั้งหมดที่ครูนำเสนอขอรับประกันอีกครั้งว่าใช้ได้จริง แต่ก็ขึ้นอยู่ว่านักเรียนจะทำจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง สุดท้ายนี้ขอฝากคติประจำใจของครูว่า Where there’s a will , there’s a way ความสำเร็จจ๋า...รอกรูหน่อยนะ กรูกะลังพยายามอยู่ 55+